“วาย สแปน” เปลี่ยนจากแค่รู้จัก เป็นรักและบอกต่อ

“วาย สแปน” เปลี่ยนจากแค่รู้จัก เป็นรักและบอกต่อ

ความเสียหายของดีเอ็นเอและภาวะชราก่อนกำหนด และสารอนุมูลอิสระ

ดีเอ็นเอ เป็นสารพันธุกรรมที่เก็บข้อมูลทางชีวภาพทั้งหมดของสิ่งมีชีวิต ซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพที่เป็นปกติและเพื่อให้สารพันธุกรรมมีเสถียรภาพ ร่างกายจึงมีกระบวนการซ่อมแซมความเสียหายของดีเอ็นเอ ดังนั้น หากเกิดความผิดปกติขึ้นกับกระบวนการซ่อมแซมดีเอ็นเอ…

สารพันธุกรรมจะไม่ได้รับการปกป้องและ ทำให้เสียเสถียรภาพ ส่งผลถึงการทำงานของร่างกายและ นำไปสู่พยาธิสภาพต่างๆ เช่น ภาวะชราก่อน กำหนด ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่สาคัญคือ มีการสะสมของดีเอ็นเอที่เสียหาย อันเนื่องมาจากการเข้าทำลายดีเอ็นเอ ของสารอนุมูลอิสระ  ดังนั้น การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเสียหายของดีเอ็นเอและภาวะชราก่อน กำหนด อาจจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค และการดำเนินชีวิต เพื่อลดการสัมผัสสารที่ ทำลายดีเอ็นเอ รวมไปถึงการค้นหาสารที่กระตุ้นการทางานของกระบวนการซ่อมแซมดีเอ็นเอ
เพื่อป้องกัน การเกิดภาวะชราก่อนกำหนด หรือส่งเสริมการเข้าสู่ภาวะชราอย่างสมวัย

จากผลงานอันโดดเด่นของ Tomas A Prolla นักวิจัยของนูสกิน กับงานวิจัย “The Role of Mitochondrial DNA Mutations in Mammalian Aging” ที่ได้ตีพิมพ์ลงวารสาร PLOS genetics ทำให้ปัจจุบันถูกทำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ของ ageLOC ทุกๆ ตัว อาทิ เช่น วาย สแปน

yspan-plosgenetics

ยีนไมโทคอนเดรีย เป็นยีนที่มีลักษณะพิเศษของมนุษย์และเป็นยีนเดียวที่พบอยู่นอก nucleus โดยพบอยู่ในไมโทคอนเดรีย โดยที่ไมโทคอนเดรียเป็นอวัยวะของเซลล์ (cell organelle) ที่สำคัญมากอวัยวะหนึ่ง มีหน้าที่ที่สำคัญที่สุดคือการผลิตพลังงานห้แก่เซลล์

การที่ไมโทคอนเดรียจะสามารถสังเคราะห์พลังงานได้นั้น จะต้องใช้เอนไซม์ต่างๆหลายตัวด้วยกัน เอนไซม์เหล่านี้เป็นกลุ่มโปรตีนที่มาจากโปรตีนหน่วยย่อยมารวมกัน โปรตีนเหล่านี้ได้มาจากการ สังเคราะห์โดยการถอดรหัสจากยีนหลายยีน ยีนที่ถอดรหัสให้โปรตีนที่ใช้ในการสร้างพลังงาน ของไมโทคอนเดรียนั้น อยู่ในนิวเคลียสและในไมโทคอนเดรียเอง

ในทางการแพทย์ ความผิดปกติของยีนไมโทคอนเดรียทำให้เกิดโรคต่างๆได้หลายโรค โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท และระบบกล้ามเนื้อ (neuromuscular system) ซึ่งเป็น ระบบที่ต้องใช้พลังงานสูง โรคไมโทคอนเดรียที่เกิดจากความผิดปกติของยีนไมโทคอนเดรีย ที่พบในปัจจุบันนั้นมีหลายโรค ได้แก่
Chronic Progressive External Ophthalmoplegia (CPEO), Myoclonic Epilepsy with Ragged Red Fiber (MERRF), Mitochondrial Encephalopathy Lactic Acidosis and Stroke-like Episodes Syndrome (MELAS),
Leigh Syndrome และ Leber hereditary optic neuropathy (LHON) เป็นต้น

นอกจากนั้นแล้ว ยังพบว่าโรคที่พบได้บ่อยใน ประชากรทั่วไป ส่วนหนึ่งเกิดจากความผิดปกติของยีนไมโทคอนเดรียได้ เช่น โรคเบาหวาน โรคพาร์คินสัน โรคอัลไซเมอร์ เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้เกิดจากการกลายพันธุ์ที่อาจจะเป็น การขาดหายไปของ ยีนไมโทคอนเดรีย หรือมีการแทนที่ตำแหน่งเบสบางตำแหน่งของยีนไมโทคอนเดรีย

งานวิจัยในห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับโรคที่เกิดจากความผิดปกติของยีนไมโทคอนเดรีย ในโรคต่างๆได้ดำเนินการมากว่า 10 ปีแล้ว โครงการวิจัยแบ่งเป็นศึกษาโรคไมโทคอนเดรีย ที่เกิดจากความผิดปกติของยีนไมโทคอนเดรียหลายโรค โดยเฉพาะโรค Leber hereditary optic neuropathy (LHON) ซึ่งเป็นโรคไมโทคอนเดรียที่พบมากที่สุดในประเทศไทย โดยทำการศึกษากลไกต่างๆที่ทำให้เกิดโรค ความสัมพันธ์ระหว่างยีนที่กลายพันธ์กับความผิดปกติที่เกิดขึ้น การปฏิสัมพันธ์ระหว่างยีนนิวเคลียสและยีนไมโทคอนเดรียที่ทำให้เกิดโรค เป็นต้น

ขอขอบคุณ ศ. ดร. พญ. พัชรีย์ เลิศฤทธิ์
– พ.บ., คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล
– Ph.D. (Biochemistry), Monash University, Melbourne, Australia

AgeLOC2u

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *