Pharmanex Innovations

การเดินทางของสมุนไพรจีนในแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารระดับโลก ฟาร์มาเน็กซ์ สมุนไพรจีนสามารถแปรไปสู่สินค้าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารระดับโลก และสร้างรายได้อย่างมหาศาลในยุคที่ผู้คนหันมาใส่ใจและดูแลสุขภาพของตัวเองมากกว่ายุคไหนๆ ทั้งที่สมุนไพรไทยก็สั่งสมภูมิปัญญาของแพทย์แผนโบราณมาเป็นพันๆ ปีเช่นกัน เรียกว่ามีของดีอยู่กับตัวแต่ไม่นำมาพัฒนาให้สู่มาตรฐานโลก

สมุนไพรจีนสู่มาตรฐานโลก

ในศูนย์วิจัยและพัฒนาของฟาร์มาเน็กซ์ ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งมีหน้าที่วิจัยพัฒนายาชนิดใหม่ๆ บนพื้นฐานของยาจีนโบราณ ซึ่งถือเป็นการต่อยอดจากภูมิปัญญาดั้งเดิม ดร.มิน ลี ผู้อำนวยการของที่นี่ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ประจำสถาบัน Shanghai Institute of Meteria Medica ใน Chinese Academy of Sciences โดย ดร.มิน ลี มีความชำนาญในด้านเคมียาธรรมชาติ ผลงานในการค้นหาสารธรรมชาติที่แยกสกัดจากสมุนไพรจีนมาแล้วกว่า 100 ชนิด และตีพิมพ์ผลงานวิจัยด้านเคมีและเภสัชศาสตร์มาแล้วกว่า 40 ครั้ง

Life Sciences
Life Sciences

ดร.มิน ลี เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยฯ ที่นี่มี 5 ส่วนสำคัญคือ แผนกข้อมูลและข่าวกรอง, แผนกเสาะหา, แผนกค้นหาสินค้าใหม่และพัฒนาขั้นตอนการผลิต, แผนกวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์, แผนกควบคุมคุณภาพ ซึ่งเขาย้ำว่าการควบคุมคุณภาพก่อนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารออกสู่ผู้บริโภคจะมีมาตรฐาน 6S

“ที่นี่จะใช้เทคโนโลยีในกระบวนการผลิตเพื่อควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ซึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดความสม่ำเสมอทางคุณภาพคือ 1) การคัดเลือก (Selection) 2) การหาแหล่งวัตถุดิบ (Sourcing) 3) การวิเคราะห์ทางโครงสร้างสารประกอบ (Structure) 4) ความเข้มงวดด้านมาตรฐานการผลิต (Standardization) 5) ความปลอดภัยในการบริโภค (Safety) และ 6) มีหลักฐานและผลการศึกษาทางคลินิกสนับสนุน (Substantialtion)”

จุดเด่นสำคัญของงานวิจัยที่เกิดขึ้น เนื่องจากสมุนไพรจีนนั้นมีคุณสมบัติที่ดีอยู่แล้ว แต่ในการนำมาใช้งานยังไม่มีมาตรฐานที่เท่ากันทุกครั้ง เพราะฉะนั้นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์แบบตะวันตกจึงมีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการใช้เครื่องแยกโครงสร้างเคมี ดร.มิน ลี บอกว่า

“หากจะยกตัวอย่างการสกัดเอาสารเคมีที่สำคัญของเห็ดหลินจือออกมาและนำมาทำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น ต้องใช้เครื่อง HPLC จะได้ฟิงเกอร์พรินต์หรือโครงสร้างทางเคมีที่เหมือนกันทุกแคปซูล และไม่มีสารปนเปื้อนที่เป็นอันตรายเข้าเจือปน ซึ่งแตกต่างกับการใช้สมุนไพรแบบดั้งเดิมที่ไม่สามารถควบคุมตรงนี้ได้”

มาตรฐานความน่าเชื่อถือของการผลิตที่ได้คุณภาพระดับโลกผ่านกระบวนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแบบตะวันตก ทำให้สมุนไพรจีนรุดหน้าไปอีกก้าวหนึ่ง

ย้ายฐานการผลิตกลับสู่ตะวันออก

Pharmanex Innovations
Pharmanex Innovations

ปัจจุบันแม้ว่าวัตถุดิบหรือสมุนไพรจีนจะเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการผลิต แต่ต้องส่งไปผลิตไกลถึงสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มต้นทุนอย่างมหาศาล แต่ในปีนี้จะมีสายการผลิตเกิดขึ้น โดยมีการตั้งโรงงานผลิตขึ้นในเขตพัฒนาด้านเศรษฐกิจและเทคนิคหูโจว เขตจังหวัดชีเจียง ซึ่งอยู่ห่างจากเซี่ยงไฮ้ไปเกือบ 200 กิโลเมตร

โรงงานแห่งนี้เป็นที่แรกในเอเชียที่ผลิตได้มาตรฐานของอเมริกาทุกอย่าง เชอร์แมน เฉิน ผู้จัดการทั่วไปบริษัทฟาร์มาเน็กซ์ (หูโจว) เฮลท์ โปรดักชัน จำกัด ซึ่งในอดีตจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแพทย์อันดับ 1 ของเซี่ยงไฮ้เป็นผู้ดูแลทั้งหมด เขาบอกว่า

“โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแห่งนี้ลงทุนมากถึง 3.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (124 ล้านบาท) ถูกออกแบบให้เป็นไปตามข้อกำหนด GB50073-2001 ที่กำหนดมาตรฐานให้เป็นโรงงานที่สะอาด ก่อสร้างและติดตั้งอุปกรณ์ตามข้อบังคับในมาตรฐาน GMP โดยมีสายการผลิต 2 ประเภทคือ แบบบรรจุห่อ และบรรจุขวด ซึ่งมีศักยภาพในการผลิตต่อปีสูงถึง 420 ล้านแคปซูล”

เชอร์แมน เฉิน ยังกล่าวว่า ในส่วนของสารสกัดจากสมุนไพรจีนที่ทำเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะมีศักยภาพการผลิตสูงถึง 137 ตันต่อปี

“สินค้าหลักของเราจะประกอบไปด้วยสารสกัดจากใบแปะก๊วย, สารโพลีฟีนอลจากชาเขียว, สารสกัดจากโสม, สารต้านอนุมูลอิสระธีอานิน, สารสกัดจากเห็ดหลินจือและเห็ดหลินจือพิเศษ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนทั้งหมดถูกลง เพราะไม่ต้องส่งวัตถุดิบไปผลิตที่อเมริกาอีกแล้วในอนาคต”

นี่คือความก้าวหน้าของสมุนไพรจีนที่ล้ำไปอีกขั้น กลายเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่คนทั่วโลกที่สนใจรักษาสุขภาพต้องใช้ และเป็นเทรนด์ของคนร่วมสมัยในปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงพลังขับเคลื่อนทางภูมิปัญญาที่ก้าวทันโลกของทุนนิยม

การเดินทางของสมุนไพรจีนในแบรนด์ระดับโลก ฟาร์มาเน็กซ์

ปี 2536 – ก่อตั้งโรงงาน หู สัว ชิโนเกน

ปี 2538 – ดร.ไมเคิล แชง ก่อตั้งฟาร์มาเน็กซ์เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ได้คุณภาพระดับโลก พร้อมกับมีการก่อตั้งคณะกรรรมการที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์ โดย ศาสตราจารย์ ซี. เจอราสซี่

ปี 2539 – จัดระบบมาตรฐาน 6S

ปี 2540 – ก่อตั้งสถาบันเพื่อการวิจัยและพัฒนาที่เซี่ยงไฮ้ และก่อตั้งห้องปฏิบัติการที่ศูนย์โภชนาการเพื่อมนุษย์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย แห่งลอสแองเจลิส

ปี 2541 – เปิดตัวผลิตภัณฑ์ 5 ชนิด และวางจำหน่ายใน 38,000 ร้านค้าทั่วโลก

ปี 2542 – เริ่มธุรกิจในญี่ปุ่นและไต้หวัน, เปิดดำเนินการศูนย์พัฒนาและวิจัยที่ปักกิ่ง, ได้เป็นผู้สนับสนุนคณะนักกีฬาโอลิมปิกของสหรัฐอเมริกาในปี 2000 ที่ซิดนีย์ ออสเตรเลีย และปี 2004 เอเธนส์ กรีซ และเป็นผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้นักกีฬาโอลิมปิกไทย

ปี 2544 – เปิดดำเนินการสถาบันวิจัยบนเนื้อที่ 160,000 ตารางฟุต ในเมืองโพรไว สหรัฐอเมริกา

ปี 2545 – ศาสตรจารย์ ชิ เหวย หวง กรรมการของฟาร์มาเน็กซ์ ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ระดับชาติ, ได้เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการในกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่ ซอลต์เลก ซิตี้ สหรัฐอเมริกา

ปี 2546 – ดร.โคจิ นากานิชิ กรรมการของฟาร์มาเน็กซ์ ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์นานาชาติ, เปิดตัวเครื่องไบโอโฟโตนิค สแกนเนอร์, ได้รับการแต่งตั้งโดยสภาผู้ดูแลทางโภชนาการ (Council for Responsible Nutrition) ให้เป็นบอร์ดคณะกรรมการ, เป็นผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้นักกีฬาของไต้หวัน, ชนะเลิศรางวัลผลิตภัณฑ์เสริมอาหารด้านชีวเทคโนโลยี โดยสมาคมส่งเสริมชีวเทคโนโลยีแห่งไต้หวัน

ปี 2547 – ลงทุนกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ (40 ล้านบาท) สร้างโรงงานผลิตเครื่องไบโอโฟโตนิค สแกนเนอร์ ในจีน, ได้รับรางวัลทางวิทยาศาสตร์ด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสุขภาพ, ประธานกรรมการ ศาสตราจารย์คาร์ล เจอราสซี่ ได้รับรางวัลเหรียญทองโดยสถาบันเคมีแห่งอเมริกา

ปี2548 – ได้รับรางวัลเหรียญทองประเภทบริษัทขนาดใหญ่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยนิตยสารธุรกิจเสริมอาหาร, เครื่องไบโอโฟโตนิค สแกนเนอร์ ได้รับรางวัลนวัตกรรมเทคโนโลยีจาก อเมริกัน บิซิเนส อะวอร์ด (สตีวี อะวอร์ด)

Soruce : Pharmanex, Manager Online

เจาะลึก: สมุนไพรจีนในแบรนด์ฟาร์มาเน็กซ์ (Pharmanex) แบรนด์ระดับโลก
คลิกแชร์ส่งข้อมูลให้ลูกค้า

Post navigation


Leave a Reply

%d bloggers like this: