ageLOC Technology เป็นเทคโนโลยีด้านการต่อต้านความชราระดับยีน โดยการศึกษาของสถาบัน LifeGen’s research lab (LifeGen Technologies, LLC) ซึ่งได้ศึกษาเปรียบเทียบระดับการแสดงออกของยีนและมีฐานข้อมูลยีนที่ใหญ่ที่สุด และยังได้จัดกลุ่มยีนที่มีการแสดงออกและการทำงานของยีนที่สัมพันธ์กับโรคชรา 

Gene expression profiling  คือ การศึกษารูปแบบการแสดงออกของยีน

LifeGen’s ค้นพบแหล่งกำเนิดแห่งริ้วรอย รวมทั้งกลุ่มยีนส์แห่งความอ่อนเยาว์ หรือยีนที่เกี่ยวข้องกับอายุนั้นเอง
ซึ่งจุดกำเนิดของริ้วรอยนั้น เราเรียกว่า arSuperMarkers (เออาร์ ซูเปอร์มาร์คเกอร์) และกลุ่มยีนแห่งความอ่อนเยาว์ของยีนในกลุ่มนี้ก็คือ Youth Gene Cluster (ยูธ ยีนส์ คลัสเตอร์) ซึ่งมีหน้าที่หลักในการกำหนดริ้วรอยแห่งวัย

ageLOC Technology เกิดจากการศึกษาระหว่างเซลล์ปกติกับเซลล์ที่ผิดปกติ ทำให้ทราบได้ว่าในสภาวะที่เซลล์เกิดความผิดปกติ มียีนใดแสดงออกมากน้อยต่างกันอย่างไร แผ่นไมโครซิป (GenChip) ที่ใช้ในการศึกษาจะต้องประกอบด้วยคอมพลีเมนทารีดีเอ็นเอที่สังเคราะห์จากอาร์เอ็นเอในเซลล์นั้นๆ และเมื่อทำการไฮบริไดเซชันด้วยคอมพลีเมนทารีดีเอ็นเอที่ได้ จากอาร์เอ็นเอของเซลล์แต่ละชนิด ผลที่ปรากฏจะบอกให้ทราบ ถึงระดับการแสดงออกของยีนแต่ละชนิดได้ เช่น ยีนบางชนิดอาจแสดงออกน้อยลงเมื่อเซลล์ไม่ปกติ ในขณะที่ยีนบางชนิดกลับแสดงออกในทางกลับกัน ซึ่งสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการวินิจฉัยโรค ตลอดจนเป็นแนวทางในการค้นคว้าผลิตภัณฑ์อาหารเสริมใหม่ๆ ได้

DNA Microarray Technology

ในขณะนี้องค์ความรู้ดังกล่าวได้พัฒนาก้าวหน้าไปอย่างมาก เพราะการศึกษาโครงสร้างและการแสดงออกของยีนด้วยเทคนิคทางด้านชีววิทยาระดับโมเลกุลที่ทันสมัย ผนวกกับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าด้านคอมพิวเตอร์ เกิดเป็นศาสตร์ที่เรียกว่า Bioinformatics ทำให้การศึกษาบทบาทของสารชีวโมเลกุล

ในปัจจุบันสามารถวิเคราะห์แบบมีประสิทธิผลสูง กล่าวคือ สามารถศึกษายีนทั้งหมดในระดับ DNA หรือการแสดงออกของยีน ในระดับ RNA และโปรตีนในเซลล์ขณะนั้น เป็นจำนวนหมื่นๆ ยีนพร้อมกัน ซึ่งเรียกว่าเป็นเทคนิคแบบ  high-throughput เช่น เทคนิค DNA-microarray, differential Display (DD), serial analysis of gene expression (SAGE) และ proteomic analysis เป็นต้น

จนทำให้เกิดศัพท์บัญญัติใหม่ๆ เช่น genomics, transcriptomics, proteomics, metabolomics เป็นต้น องค์ความรู้และเทคโนโลยีที่กล่าวมาแล้วข้างต้น มีผลต่อการประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์เป็นอย่างยิ่งในอนาคต  การป้องกันและการรักษาโรคจะเป็นลักษณะให้เข้ากับเฉพาะตัวบุคคล (personalized medicine) ซึ่งส่งผลให้การรักษาโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  และตรงเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสาขามะเร็งวิทยา (Oncology)  ดังนั้นความเข้าใจในโรคมะเร็งมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องการใช้ความรู้ด้านการวิเคราะห์การแสดงออกของแบบแผนของจีน (gene expression profiling) มาประยุกต์ใช้ทั้งในด้านการป้องกันการก่อมะเร็ง หรือเพื่อช่วยให้แพทย์รักษาและติดตามการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Gene expression profiling
Gene expression profiling

ยาจะออกฤทธิ์ที่เซลล์ แต่อาหารเสริมที่ดีที่สุด จะจัดการต้นต่อของโรค (ระดับ DNA)

การพัฒนายาชนิดใหม่ๆ เพื่อรักษาโรคมะเร็งขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งยาเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นจะออกฤทธิ์ที่เซลล์มะเร็งเท่านั้น (targeted drug) เนื่องจากตัวยาสามารถยับยั้งกระบวนการส่งสัญญาณ (signal transduction) ของเซลล์มะเร็งแต่ไม่มีผลต่อเซลล์ปกติ แต่การที่จะใช้ยาแบบ targeted drug นั้น แพทย์จำเป็นต้องมีข้อมูลแบบแผนการแสดงออกของยีน (gene profile) ของเนื้อเยื่อมะเร็งของผู้ป่วยแต่ละคน เพราะถึงแม้ว่าผู้ป่วยจะได้รับการวินิจฉัยทางคลินิกที่เหมือนกัน แต่สาเหตุและกระบวนการก่อโรค (molecular pathway) ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน

ความสูญเสียความสามารถในการซ่อมแซมดีเอ็นเอ

ความผิดปกติของกลุ่มยีนที่ทำหน้าที่ซ่อมแซมดีเอ็นเอ (DNA repairing gene) ในภาวะปกติเมื่อมีการทำลายดีเอ็นเอเกิดขึ้น เซลล์จะมีระบบซ่อมแซมด้วยกลุ่มเอนไซม์ที่เรียกว่า DNA reparing enzyme ซึ่งเป็นผลิตผลของ DNA repairing gene แต่หากเซลล์มีการแสดงออกผิดปกติหรือการกลายพันธุ์ของยีนในกลุ่มนี้จะทำให้เกิดการสะสมของดีเอ็นเอที่มีความผิดปกติมากขึ้นจนส่งผลเกิดการกลายพันธุ์ของยีนหลายๆ ตำแหน่ง

ในที่สุดการกลายพันธุ์สามารถเกิดขึ้นได้กับยีนในทุกกลุ่มทั้ง oncogene, tumor suppressor gene, apoptosis gene รวมไปถึง DNA repairing gene ด้วย ทำให้เซลล์ที่มีความผิดปกติมีการแบ่งตัวอย่างไม่สิ้นสุด และพัฒนาจนกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ นอกจากความผิดปกติของจีนต่างๆโดยตรงดังกล่าวแล้ว ยังพบความผิดปกติที่กระบวนการควบคุมการแสดงออกของยีนซึ่งเรียกว่า epigenetic stage ได้อีกด้วย เช่น การเกิดปฏิกิริยา hypermethylation ในบริเวณตำแหน่งโปรโมเตอร์ของยีน hMLH1 ซึ่งเป็นยีนที่ทำหน้าที่ซ่อมแซมในกรณีที่มี DNA mismatch เกิดขึ้น ส่งผลให้การแสดงออกของยีนดังกล่าว ลดต่ำลง ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของยีนต่าง ๆได้ง่ายยิ่งขึ้น

ในเซลล์ปกติจะมีการทำงานที่สมดุลกันระหว่างกลุ่มยีนที่สำคัญอยู่ 4 กลุ่ม ได้แก่
กลุ่มยีนที่ทำหน้าที่ควบคุมการแบ่งตัวของเซลล์อันประกอบด้วยกลุ่มที่เป็น oncogene และ tumor suppressor gene กับกลุ่มยีนที่ทำหน้าที่ในการซ่อมแซมดีเอ็นเอ ในกรณีที่มีการกลายพันธุ์ของยีนเหล่านี้ จนไม่สามารถซ่อมแซมได้ ทำให้ความสมดุลนี้ถูกรบกวนจะทำให้เซลล์สามารถพัฒนาจนกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ในที่สุด ความรู้ความเข้าใจพยาธิวิทยาของการก่อมะเร็งในระดับโมเลกุลจะทำให้เราสามารถเลือกใช้ยีนเป็นเป้าหมายในการรักษาโรคมะเร็งอย่างมีประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้นในอนาคต

แนะนำ: ageLOC Y-Span (วายสแปน) ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมประสิทธิภาพสูง สำหรับยีน โดยเฉพาะ เพื่อเป้าหมายคืนความอ่อนเยาว์ ต้านความเสื่อมชราระดับยีน

 

Gene expression profiling คืออะไร
คลิกแชร์ส่งข้อมูลให้ลูกค้า

Post navigation


Leave a Reply

%d bloggers like this: