ประชากรวัยทำงานส่วนมากในประเทศสหรัฐอเมริการับประทานอาหารเสริมอย่างน้อยหนึ่งชนิดในทุกๆวันหรือรับประทานเป็นครั้งคราวอยู่เป็นปกติ ในปัจจุบัน อาหารเสริมในในท้องตลาดมีมากมายหลายชนิด เช่น วิตามิน แร่ธาตุ สมุนไพรและสารสกัดจากพืช กรดอะมิโน เอนไซม์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆอีกมากมาย

นอกจากนี้อาหารเสริมยังมาในรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น เช่น ยาเม็ดแบบดั้งเดิม ชนิดแคปซูล ชนิดผง รวมไปถึงเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวแบบแท่ง อาหารเสริมที่ได้รับความนิยมมาก ได้แก่ วิตามิน D และ E, แร่ธาตุ เช่น แคลเซียม และ ธาตุเหล็ก, สมุนไพรเช่น เอ็กไคนาเชีย และ กระเทียม และ ผลิตภัณฑ์ที่เฉพาะเจาะจงเช่น กลูโคซามีน โปรไบโอติก และ น้ำมันปลา

ฉลากบนผลิตภัณฑ์อาหารเสริม

ฉลากของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่ดีจะต้องประกอบไปด้วย ข้อมูลที่ถูกต้องของอาหารเสริมนั้นๆ ซึ่งได้แก่ ส่วนประกอบ ปริมาณของส่วนประกอบแต่ละชนิดต่อหน่วยบริโภค รวมไปถึงส่วนประกอบเพิ่มเติมเช่น ส่วนประกอบที่ช่วยในการอัดเม็ด สารแต่งสี กลิ่น รส เป็นต้น บนฉลากของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอาจจะบอกหน่วยบริโภคที่แนะนำมาด้วย แต่คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เภสัชกร หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่สามารถแนะนำปริมาณที่เหมาะสมกับตัวคุณมากที่สุด

ประสิทธิภาพ

ถ้าคุณไม่สามารถรับประทานสารอาหารที่หลากหลายพอต่อความจำเป็นในหนึ่งวัน อาหารเสริมอาจช่วยคุณเติมเต็มสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายได้ แต่อย่างไรก็ตาม อาหารเสริมก็ไม่สามารถทดแทนที่อาหารหลักที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตได้ แหล่งข้อมูลที่ดีที่จะแนะนำคุณเกี่ยวกับการรับประทานอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ ได้แก่ Dietary Guidelines for Americans external link disclaimer และ My Plate external link disclaimer
ผลจากการทดลองทางวิทยาสตร์บ่งชี้ว่าอาหารเสริมบางชนิดส่งผลดีต่อร่างกายในทุกๆด้านและช่วยในการควบคุมสภาวะร่างกายให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์แข็งแรง ตัวอย่างเช่น แคลเซียม และ วิตามิน D มีความสำคัญในการรักษาความแข็งแรงของกระดูก และป้องกันกระดูกพรุน กรดโฟลิคช่วยลดความเสี่ยงในการพิการแต่กำเนิดของทารก และ กรดไขมันโอเมกา-3 จากน้ำมันปลาช่วยยับยั้งการเกิดโรคหัวใจ อาหารเสริมอีกหลายชนิดยังคงต้องการการวิเคราะห์เพื่อวัดประสิทธิภาพที่มีในสารแต่ละชนิด ซึ่งทาง องค์การอาหารและยาประเทศสหรัฐอเมริกาก็ไม่มีการวิเคราะห์อาหารเสริมในเรื่องประสิทธิภาพก่อนที่จะถูกวางขายในท้องตลาด

ความปลอดภัยและความเสี่ยง

อาหารเสริมหลายชนิดมีสารออกฤทธิ์ที่ส่งผลอย่างมากต่อร่างกาย เราจึงต้องตระหนักถึงความเป็นไปได้ในการเกิดผลข้างเคียงอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรับประทานผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ไม่เคยลองใช้มาก่อน อาหารเสริมส่วนใหญ่ที่ส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงหรือเป็นอันตรายต่อร่างกายนั้นเกิดจากการไม่ปฏิบัติตามใบสั่งยาของแพทย์ หรือ การรับประทานอาหารเสริมหลายชนิดพร้อมกัน อาหารเสริมบางชนิดส่งผลให้เลือดออกง่ายและเลือดหยุดช้า หากว่ามีคนไข้รับประทานอาหารเสริมนี้ก่อนหรือหลังการเข้ารับการผ่าตัด อาจทำให้คนไข้หมดสติได้ นอกจากนี้อาหารเสริมยังสามารถทำปฏิกิริยากับยาที่แพทย์สั่งและก่อให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาได้ และต่อไปนี้คือตัวอย่างบางส่วน

วิตามิน K ยับยั้งประสิทธิภาพการทำงานของยา Coumadin®ที่ช่วยป้องกันเลือดแข็งตัว
สมุนไพรชื่อเซนต์จอห์นเวิร์ทเร่งการสลายตัวของยาหลายชนิด (เช่น ยาที่ในทางจิตบำบัด และ ยาคุมกำเนิด) และทำให้ยาเสื่อมประสิทธิภาพไปสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน C และ E อาจลดประสิทธิภาพในการทำเคมีบำบัดบางประเภทได้

จำไว้เสมอว่าส่วนประกอบบางชนิดที่มีอยู่ในอาหารเสริมนั้นถูกใส่ลงในอาหารที่เรารับประทานเป็นปกติมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ในอาหารประเภทซีเรียล และเครื่องดื่มต่างๆ ดังนั้น คุณจะได้รับสารอาหารเหล่านี้มากกว่าที่คุณคิดและถ้ารับประทานมากเกินไปอาจทำให้เกิดผลเสียได้ การรับประทานอาหารเสริมมากเกินความจำเป็นนั้นนอกจากจะเป็นการสิ้นเปลืองเงินแล้ว มันยังเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงให้มากขึ้นอีกด้วย ตัวอย่างเช่น

การได้รับวิตามิน A มากเกินไปอาจส่งผลก่อให้เกิดอาการปวดหัว และตับวาย ทำให้กระดูกไม่แข็งแรง และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดความผดปกติแต่กำเนิดของทารก การได้รับธาตุเหล็กมากเกินไปส่งผลให้เกิดอาการวิงเวียนคลื่นไส้ อาเจียน และอาจทำลายตับ และอวัยวะภายในอื่นๆ จงระวังไว้เสมอก่อนรับประทานอาหารเสริมใดๆในขณะที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และระมัดระวังในการให้เด็กรับประทานอาหรเสริมใดๆที่นอกเหนือจากวิตามินและแร่ธาตุทั่วๆไป

เพราะ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมส่วนมากไม่ได้ผ่านการทดสอบกับหญิงตั้งครรภ์ หญิงที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร และเด็กมาก่อนถ้าคุณสงสัยว่าคุณจะได้รับผลกระทบร้ายแรงจากอาหารเสริม ควรไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ แพทย์ หรือเภสัชกรทันที พวกเขาอาจส่งเรื่องไปยังองค์การอาหารและยาและคุณเองก็สามารถแจ้งเรื่องไปยังองค์การอาหารและยาได้เช่นกัน นอกจากนี้คุณยังสามารถติดต่อไปยังบริษัทที่ผลิตอาหารเสริมตามข้อมูลที่ระบุไว้บนฉลากข้างบรรจุภัณฑ์

คุณภาพ

อาหารเสริมเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อน องค์การอาหารและยาได้มีการออกประกาศมาตรฐานคุณภาพของอาหารเสริมเพื่อช่วยให้มั่นใจในด้าน ความเฉพาะเจาะจงของสาร ความบริสุทธิ์ การออกฤทธิ์ และส่วนประกอบในอาหารเสริม มาตรฐานเหล่านี้ออกแบบขึ้นมาเพื่อป้องกันการใส่ส่วนประกอบนอกเหนือจากกำหนด การใส่ส่วนประกอบมากหรือน้อยกว่ากำหนด การเกิดการปนเปื้อน และการใช้ฉลากและบรรจุภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม องค์การอาหารและยาจะทำการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานของโรงงานผลิตอาหารเสริมนั้นๆ
และนอกจากนี้ องค์กรเอกชนอีกหลายองค์กรยังมีการทำการตรวจสอบคุณภาพและยินยอมให้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการตรวจคุณภาพนั้นใช้ตราที่บ่งบอกถึงการตรวจสอบคุณภาพขององค์กรนั้นๆได้ ตราที่ประทับนั้นเป็นการประกันคุณภาพของผลิตภัณฑ์ว่ามีกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน มีฉลากที่เหมาะสมครบถ้วน และไม่มีสิ่งเจือปนที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ตราประทับเหล่านี้ไม่สามารถยืนยันว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีปลอดภัยหรือมีประสิทธิภาพดีแต่อย่างใด องค์กรที่ทำการตรวจสอบเหล่านี้ได้แก่ U.S. Pharmacopeia, ConsumerLab.com และNSF International

สิ่งที่ควรตระหนักไว้

  • คุณไม่ควรตัดสินใจรับประทานอาหารเสริมเพื่อรักษาอาการหรือโรคใดๆโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ แพทย์ หรือเภสัชกร
  • ควรปรึกษาที่ปรึกษาด้วนสุขภาพของคุณในการรับประทานอาหารเสริมใดๆในช่วงก่อน
    และหลังการเข้ารับการผ่าตัด
  • คำว่า จากธรรมชาติ ไม่ได้หมายความว่าสารนั้นปลอดภัยเสมอไป ความปลอดภัยของอาหารเสริมนั้นขึ้นอยู่กับหลายหลายปัจจัย เช่น กระบวนการทางเคมี, กระบวนการทำงานของสารต่อร่างกาย, กระบวนการผลิต,
    และปริมาณการใช้ ซึ่งการใช้สมุนไพรบางชนิดเป็นเวลานานอาจส่งผลให้ตับอ่อนแอลงได้
  • ก่อนการรับประทานอาหารเสริม คุณควรถามตัวเองด้วยคำถามดังต่อไปนี้
  1. อาหารเสริมนี้มีความสามารถให้ผลดีอย่างไรต่อสุขภาพร่างกายได้บ้าง
  2. แล้วมันจะให้ผลดีอย่างไรกับตัวฉัน
  3. ผลิตภัณฑ์นี้มีความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหรือไม่
  4. ปริมาณที่เหมาะสมในการรับประทานอาหารเสริมนี้เป็นเท่าไหร่
  5. ควรรับประทานมันเมื่อไหร่ อย่างไร และ นานเท่าไหร่ 

    ถ้าคุณไม่สามารถตอบคำถามเหล่านี้ได้ ควรปรึกษาที่ปรึกษาด้านสุขภาพของคุณซึ่งอาจจะเป็น เภสัชกร แพทย์ หรือ ผู้เชี่ยวชาญ

การปรึกษาที่ปรึกษาด้านสุขภาพ

ควรให้ที่ปรึกษาด้านสุขภาพ (อาจเป็น หมอ เภสัชกร หรือนักโภชนาการผู้เชี่ยวชาญ) ของคุณได้ทราบว่าคุณรับประทานอาหารเสริมชนิดไหนอยู่บ้างเพื่อที่คุณจะได้หารือว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพคุณ ที่ปรึกษาด้านสุขภาพของคุณจะสามารถแนะนำว่าอาหารเสริมชนิดไหนมีความจำเป็นต่อคุณบ้าง
ควรทำการจดบันทึกการรับประทานอาหารเสริมเช่นเดียวกับที่ควรทำกับการใช้ยาทั้งหมด บันทึกชื่อและประเภทของอาหารเสริม, ความถี่ในการรับประทานและระยะเวลาตั้งแต่เริ่มต้นใช้อาหารเสริม และ เหตุผลในการรับประทานอาหารเสริมนั้นๆ คุณสามารถนำอาหารเสริมติดตัวไปด้วยเมื่อคุณไปพบที่ปรึกษาด้านสุขภาพได้เช่นกัน

กฎข้อบังคับของรัฐบาลกลางประเทศสหรัฐอเมริกา

อาหารเสริมเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตั้งใจทำขึ้นเพื่อเสริมจากอาหารหลัก มันไม่ใช่ยา ดังนั้นจึงไม่สามารถใช้ในการบำบัด วินิจฉัย บรรเทาอาการ ป้องกัน และรักษาโรคได้ องค์การอาหารและยาเป็นหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่ดูแลทั้งอาหารเสริมและยา

โดยปกติแล้ว ข้อบังคับขององค์การอาหารและยาที่ใช้กับอาหารเสริมนั้นแตกต่างกับที่ใช้กับยาตามใบสั่งยาและตามร้านขายยาทั่วไป โดยอาหารเสริมต่างจากยาที่จำเป็นจะต้องได้รับการอนุญาตจากองค์การอาหารและยาก่อนการวางขายได้ และอาหารเสริมนั้นไม่ต้องผ่านการควบคุมก่อนออกสู่ท้องตลาดหรือได้รับการอนุญาตจากองค์การอาหารและยา โดยบริษัทผลิตอาหารเสริมจะต้องมีหลักฐานยืนยันว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัย และข้อมูลบนฉลากถูกต้องและไม่ก่อให้เกิดการเข้าใจผิด อย่างไรก็ตามบริษัทก็ไม่มีความจำเป็นต้องยื่นหลักฐานต่อองค์กรอาหารและยาก่อนการวางขาย

บนฉลากของอาหารเสริมนั้นจะต้องระบุคุณสมบัติและรายละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นั้นๆ ตัวอย่างเช่น ทางโรงงานผลิตจะต้องระบุถึงข้อบกพร่องหรือความเสี่ยงในการรับประทานอาหารเสริม, การส่งเสริมร่างกายหรือส่งผลกระทบใดๆต่อระบบใดระบบหนึ่งของร่างกาย (เช่น ระบบภูมิคุ้มกัน หรือ สุขภาพของหัวใจ) ซึ่งจำเป็นต้องระบุว่า “This statement has not been evaluated by the Food and Drug Administration. This product is not intended to diagnose, treat, cure, or prevent any disease.” (การประกาศนี้ไม่ได้รับการประเมินผลใดๆจากองค์การอาหารและยา ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ได้ผลิตเพื่อใช้ในการบำบัด วินิจฉัย บรรเทาอาการ ป้องกัน และรักษาโรค)

โรงงานผลิตจะต้องปฏิบัติตามหลักมาตรฐาน GMP เพื่อทำให้มั่นใจในด้าน ความเฉพาะเจาะจงของสาร ความบริสุทธิ์ การออกฤทธิ์ และส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ถ้าองค์การอาหารและยาตรวจสอบแล้วพบว่ามีผลิตภัณฑ์ใดส่งผลให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์ หรือไม่เหมาะต่อระบบในร่างกายของมนุษย์ พวกเขาอาจทำการบังคับนำผลิตภัณฑ์ออกจากท้องตลาด หรือให้โรงงานผลิตเรียกคืนผลิตภัณฑ์ทั้งหมด

เช่นเดียวกับเมื่ออาหารเสริมออกสู่ท้องตลาด ทางองค์การอาหารและยาจะเฝ้าสังเกตข้อมูลบนฉลากและบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์นั้นๆเพื่อสร้างความมั่นใจว่าข้อมูลเกี่ยวกับอาหารเสริมนั้นถูกต้องและ การกล่าวอ้างสรรพคุณนั้นเป็นความจริงและไม่ก่อให้เกิดการเข้าใจผิด คณะกรรมการจากรัฐบาลกลางที่ทำการตรวจสอบการโฆษณาสินค้าก็มีหน้าที่ดูแลให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาหารเสริมถูกต้อง และไม่ก่อให้เกิดการเข้าใจผิด
ทางรัฐบาลกลางสามารถใช้กฎหมายต่อต้านบริษัทและเว็บไซต์ที่ขายอาหารเสริมเมื่อพวกเขาให้ข้อมูลผิดพลาดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์, ถ้าพวกเขาใช้โฆษณาอ้างถึงการใช้บำบัดรักษาโรค หรือ ผลิตภัณฑ์ของพวกเขาไม่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค

แนะนำผลิตภัฑณ์เสริมอาหารพรีเมียมที่ควรทาน ageLOC Y-SPAN | ageLOC R2 และ LifePak
ที่มา: NIH Hational Institutes of Health

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.