นักพันธุศาสตร์อภิปรายว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนจากการหาลำดับจีโนมไปเป็นการศึกษาวิเคราะห์หน้าที่ของจีโนม กระตุ้นนักวิจัยให้ต้องทบทวนใหม่
มะเร็งรังไข่เป็นหนึ่งในเนื้องอกไม่กี่ชนิดที่จะยังคงถูกหาลำดับจีโนมอย่างถี่ถ้วน หลังจากการสิ้นสุดการวิจัยที่ยิ่งใหญ่
และยาวนานในโครงการจีโนมมะเร็งของสหรัฐฯ ความพยายามอย่างหนักของสหรัฐฯในการวิจัยเนื้องอก 10,000 ชนิด
นั้นได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ หลังจากการ เริ่มต้นในปี 2006

End of cancer-genome project prompts rethink
Cr:. Steve Gschmeissner/SPL Ovarian cancer is one of a few tumour types that will continue to be intensively sequenced after the end of a massive US cancer-genomics effort.

ในฐานะโครงการนำร่องมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ​ ปัจจุบันโครงการแผนที่จีโนมมะเร็ง (The Cancer Genome Atlas, TCGA) เป็นส่วนประกอบที่ใหญ่ที่สุดของสหภาคีด้านการศึกษายีนมะเร็งระหว่างประเทศ (International Cancer Genome Consortium)  ด้วยการร่วมมือของนักวิทยาศาสตร์กว่า 16 ประเทศและได้ค้นพบกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งถึงเกือบ 10 ล้านกระบวนการ

คำถามก็คือจะทำอย่างไรต่อไป นักวิจัยบางคนต้องการจะเน้นการหาลำดับจีโนมในขณะที่บางคนต้องการจะต่อยอดงานของพวกเขา ด้วยการค้นหากระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ได้รับการพิสูจน์ว่ามีผลต่อการเจริญเติบโตและการลุกลามของมะเร็ง “โครงการแผนที่จีโนมมะเร็ง (TGCA) ควรจะจบลงและประกาศความสำเร็จ” บรูซ สติลแมน ประธานศูนย์การทดลอง Cold Spring Habor ในนิวยอร์คกล่าว
“มีการค้นพบกระบวนการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับมะเร็งแต่ละชนิดอยู่ตลอดเวลา
และคำถามคือ เมื่อเปรียบเทียบผลตอบแทนกับเงินที่เสียไปแล้วมีความคุ้มค่าแค่ไหน?”

สติลแมนเป็นผู้สนับสนุนโครงการในตอนแรกแม้ว่านักวิจัยบางคนจะกลัวว่ามันจะเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณของกองทุนส่วนบุคคลในตอนแรกตั้งใจไว้โครงการนี้จะใช้ระยะเวลา 3 ปี แต่ได้ยืดระยะเวลาออกไปเป็น 5 ปี
ในปี 2009 โครงการได้รับงบประมาณเพิ่มเติม 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐฯ
บวกกับ 175 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ จากโครงการกระตุ้นกองทุนที่มีจุดมุ่งหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ
ในระหว่างภาวะเศรษฐกิจถดถอย

ในตอนแรกโครงการนี้ต้องใช้ความพยายามอย่างหนักเพราะในขณะนั้นเทคโนโลยีที่ใช้ในการหาลำดับจีโนมจะได้ผลกับ เนื้อเยื่อใหม่ๆ ที่ได้รับการแช่แข็งโดยเร็วเท่านั้น แต่ปกติแล้วการตรวจชิ้นเนื้อทางคลินิกส่วนใหญ่จะถูกเก็บรักษาไว้ในพาราฟินและถูกย้อมสีเพื่อการทดสอบโดยนักพยาธิวิทยา การค้นหาและค่าใช้จ่ายในการหาเนื้อเยื่อใหม่ๆ จึงกลายเป็นค่าใช้จ่ายส่วนที่มากที่สุดของโครงการ

หลุยส์ สเตาท์ ผู้อำนวยการศูนย์จีโนมมะเร็งที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ (NCI) ในเมืองเบเทสดา รัฐแมรีแลนด์ กล่าว
ปัญหาอีกข้อคือ ความซับซ้อนของข้อมูลถึงแม้ว่าตัวกระตุ้น (drivers) บางตัวจะแสดงให้เห็นเด่นชัดว่ามีส่วนทำให้มะเร็งลุกลามได้แต่กระบวนการเปลี่ยนแปลงส่วนใหญ่ทำให้เกิดการผสมที่น่าสับสนของยีนที่แตกต่างกันออกไป
ซึ่งเนื้องอกแต่ละชนิดมีความคล้ายคลึงกันเพียงเล็กน้อย

การทดสอบยาเพื่อค้นหาตัวกระตุ้นก็ได้ทำให้เกิดปัญหาอีกข้อคือ มะเร็งมักจะต้านทานยาเหล่านี้ได้โดยเร็วด้วยการกระตุ้นยีนต่างๆ ให้เกิดแอนตี้บอดี้ถึงแม้ว่ากระบวนการของเซลล์ถูกขัดขวางด้วยการรักษาแล้วก็ตามถึงแม้จะเกิดความยากลำบากเหล่านี้ขึ้นแต่โครงการ TCGA ก็ได้ประโยชน์จากการศึกษามะเร็งในอย่างมาก

เบิร์ท โฟเกลสไตน์ นักพันธุศาสตร์มะเร็งที่มหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกิ้นส์ ในเมืองบัลติมอร์ รัฐแมรี่แลนด์ กล่าว
ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เกิดหนทางใหม่ๆ ในการจำแนกประเภทของเนื้องอกและชี้ให้เห็นถึงเป้าหมายของยาและสาร
ก่อมะเร็งที่ยังไม่ถูกค้นพบแต่นักวิจัยบางคนคิดว่าการหาลำดับจีโนมก็ยังมีประโยชน์นอกเหนือจากนี้อีก
ในเดือนมกราคม การวิเคราะห์ทางสถิติของข้อมูลกระบวนการเปลี่ยนแปลงของมะเร็ง 21 ชนิด
แสดงให้เห็นว่าการหาลำดับจีโนม ยังมีประโยชน์ในการค้นหากระบวนการเปลี่ยนแปลงของยีนที่มีประโยชน์ในทางการแพทย์ (M. S. Lawrence et al. Nature 505, 495-501; 2014)

ในวันที่ 2 ธันวาคม เมื่อโครงการ TCGA เสร็จสิ้น สเตาท์ประกาศว่า สถาบันมะเร็งแห่งชาติจะยังคงหาลำดับของยีนเนื้องอกในมะเร็ง 3 ชนิด อย่างถี่ถ้วนประกอบไปด้วย มะเร็งรังไข่ มะเร็งลำไส้ และ มะเร็งปอด หลังจากนั้นจะมีการประเมินผลก่อนที่จะตัดสินใจ ว่าจะศึกษามะเร็งชนิดอื่นๆ อีกหรือไม่

ขอบเขตที่กว้างขึ้น

อย่างไรก็ตามในตอนนี้การศึกษาเหล่านี้จะช่วยรวบรวมข้อมูลทางการแพทย์เกี่ยวกับสุขภาพของคนไข้ ประวัติการรักษาและการตอบสนองต่อการรักษา เนื่องจากตอนนี้นักวิจัยสามารถใช้ตัวอย่างที่ฝังในพาราฟินได้แล้ว
พวกเขาจึงสามารถคัดเลือกข้อมูลจากการทดลองทางการแพทย์ในอดีตและศึกษาว่ากระบวนการเปลี่ยนแปลงมีผลอย่างไรต่อการวินิจฉัยโรคและการตอบสนองต่อการรักษาของคนไข้ สเตาท์กล่าวว่าสถาบันมะเร็งแห่งชาติ (NCI)
จะทำการประกาศเรียกร้องให้ใช้วิธีการในการเคลื่อย้ายลำดับยีนของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในระหว่างการทดลองทางการแพทย์ด้วยวิธีการและหลักการวิเคราะห์ที่ TCGA กำหนด

ส่วนที่เหลือของสหภาคีด้านการศึกษามะเร็งระหว่างประเทศประกาศจะปล่อยแผนการขั้นแรกสำหรับส่วนที่ 2 ของโครงการในเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งอาจจะใช้วิธีการเดิม ทอม ฮัดสัน หนึ่งในผู้ก่อตั้ง และประธานสถาบันวิจัยโรคมะเร็งออนตาริโอ ในเมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา กล่าว การมุ่งเน้นในการหาลำดับจีโนมที่ทำให้เนื้องอกตอบสนองต่อการรักษาได้เกิดจากการร่วมลงทุนของรัฐบาลในหลายประเทศซึ่งมีความกังวลในการควบคุมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพ เขากล่าว
“การรักษาโรคมะเร็งมีราคาแพงมากเพราะฉะนั้นการระบุว่าคนไข้คนไหนสามารถตอบสนองต่อยาที่มีราคาแพงได้หรือไม่ได้ จึงเป็นประโยชน์ต่อเรา”

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ (NCI) ยังจะสนับสนุนการสร้างคลังเก็บข้อมูลที่ไม่เพียงเก็บข้อมูลจากโครงการของ NCI
แต่ยังเก็บข้อมูลของการวิจัยในระดับนานาชาติด้วยการสร้างคลังเก็บข้อมูลนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้นักวิจัยสามารถเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือการวิเคราะห์ได้ในวงกว้างขึ้น สเตาท์กล่าว ในปัจจุบันมีข้อมูลเกี่ยวกับจีโนมมะเร็งอยู่ประมาณ 20 เพตะไบท์ (Petabytes) ซึ่งมีขนาดใหญ่และจัดการได้ยากทำให้สถาบันที่มีคอมพิวเตอร์ความสามารถสูงเท่านั้นเข้าถึงข้อมูลได้อย่างไรก็ตามถึงจะมีคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถสูง นั้นอาจต้องใช้เวลาถึง 4 เดือนในการดาวน์โหลดข้อมูลเหล่านี้

เราไม่สามารถใช้กองทุนกระตุ้นในการขับเคลื่อนแผนการเหล่านี้ได้ สเตาท์กล่าว แต่การหาลำดับจีโนมที่ใช้ค่าใช้จ่ายน้อยกว่าและเมื่อสามารถใช้ตัวอย่างชิ้นเนื้อที่เก็บไว้ได้จะทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงอีก เขายังกล่าวอีกว่า
“การศึกษาเกี่ยวกับยีนเป็นจุดสำคัญของการศึกษาเกี่ยวกับมะเร็ง” ปัจจุบันเราสามารถตั้งคำถามได้ตรงประเด็นมากขึ้น

Source: End of cancer-genome project prompts rethink, Nature 517,128–129 (08 มกราคม 2015) doi:10.1038/517128a
5 มกราคม 2558 โดย ไฮดี้ เลดฟอร์ด

คลิกอ่านต่อทั้งหมด ผลิตภัณฑ์ ageLOC R2 ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีขั้นสูงล้างสารพิษในระดับเซลล์ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยชีวิตคนได้ ความดัน เบาหวาน และโรคต่างๆ โดยเฉพาะมะเร็งที่เป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของคนไทย

ฟังเทปบันทึกเสียงชัดๆ (คลิก -> ผลิตภัณฑ์ ageLOC Y-SPAN) โดยคุณแองเจล่า มาสทาลูดิส จากนักวิทยาศาสตร์อาวุโส ฝ่ายวิจัยและพัฒนา ผลิตภัณฑ์ฟาร์มเน็กซ์ ระดับโลก [21 July 2015] ageLOC Y-SPAN By Dr. Angela Mastaloudis, PH.D. SENIOR SCIENTIST, GLOBAL RESEARCH AND DEVELOPMENT, PHARMANEX

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.