บทความที่นำเสนอสรุปประเด็นจากหนังสือเรื่อง Younger You Diet : How Understanding Your Brain Chemistry Can Help You Lose Weight, Reverse Aging, and Fight Disease
แต่งโดยนายแพทย์ Eric Braverman (หนังสือขายดี New York Times Best Sellers) ประเด็นสำคัญมีดังต่อไปนี้

รู้ทันความอ้วน!! รู้หรือไม่ว่า…ถ้าสารเคมีในสมองบกพร่องจะทำให้อ้วนฉับพลัน Younger You Diet (คุณจะมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น ถ้าคุณกินเป็น) เขียนโดยคุณหมอชื่อ Eric Braverman

Younger You Diet : How Understanding Your Brain Chemistry Can Help You Lose Weight, Reverse Aging, and Fight Disease
Younger You Diet : How Understanding Your Brain Chemistry Can Help You Lose Weight, Reverse Aging, and Fight Disease

การหาหมอหรือรับยาจากหมอเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุมิใช่ต้นเหตุ การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือเรื่องอาหารการกิน Lifestyte การใช้ชีวิต

1. ความอ้วนเป็นบ่อเกิดแห่งโรคเรื้อรังและร้ายแรงทั้งหลาย การมีน้ำหนักมากทำให้เกิดอาการปวดข้อปวดกระดูก
การมีไขมันสะสมจะทำให้เกิดเส้นเลือดอุดตันตามอวัยวะสำคัญต่าง ๆ ได้ เช่น หัวใจ ตับ ระบบทางเดินหายใจ หรือสมอง เป็นต้น และถึงแม้ว่าการไปพบแพทย์จะเป็นหนทางหนึ่งในการรักษา แต่ก็เป็นเพียงการแก้ไขที่ปลายเหตุเท่านั้น
และยังทำให้เสียทรัพย์สิน เสียเวลา และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้หากรักษาไม่ทันเวลา

2. สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความอ้วนคือ การรับประทานอาหารมากเกินความพอดีและทานอาหารที่ผิดสุขลักษณะ
ได้แก่ ทานหวานจัด มันจัด เค็มจัด ทานอาหารที่มีแป้งมาก ทานผักผลไม้น้อยเกินไป

3. ผู้แต่งได้ชี้ให้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งเกี่ยวกับการขาดความสมดุลของสารเคมีในสมอง ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งเหตุปัจจัยซึ่งก่อให้เกิดโรคอ้วนได้ สารเคมีดังกล่าวได้แก่

4 สารเคมีในสมองบกพร่องจะอ้วนอย่างฉับพลันและเจ็บป่วยอย่างร้ายแรง

1) โดปามีน (Dopamine) เป็นสารสื่อประสาทที่ก่อให้เกิดพลังสมอง กระตุ้นการเผาผลาญของร่างกายอาการแสดงถึงเสียสมดุลย์ของโดปามีนคือ ไม่มีแรง เหนื่อยง่าย กินเท่าไรก็ไม่อิ่ม และอาการเหล่านี้เองก็ยิ่งกระตุ้นให้กินอาหารมากยิ่งขึ้นหมุนเวียนเป็นวงจรอุบาทว์

2) อะซิทิลโคไลน์ (Acetylcoline) หากเกิดความไม่สมดุลย์ของสารตัวนี้ อาการที่ปรากฎคือ สมองล้า คิดไม่ค่อยออก
คิดได้ช้า ความจำไม่ดี อาการเหล่านี้จะกระตุ้นให้เกิดความอยากอาหารประเภทที่มีไขมันสูง อาหารทอด อาหารมัน
เมื่อปริมาณอะซิทิลโคไลน์ต่ำลง จะส่งผลให้ปริมาณอินซูลินจากตับอ่อนและสมองลดต่ำลงด้วย ทำให้หิวบ่อย คิดช้า
ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ วิธีแก้คือ ทานวิตามินบี น้ำมันมะกอก เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่ว น้ำมันปลา บร๊อคโคลี่ กะหล่ำ ผักกาดแก้ว เต้าหู้ โยเกิร์ต

3) กาบ้า (Gamma-aminobutyric acid-GABA) หากปริมาณสารตัวนี้พร่องลง อาการแสดงคือ จิตใจว้าวุ่น กระสับกระส่ายวิตกกังวล อารมณ์แปรปรวน มีความเครียดสะสมซึ่งก็ยิ่งทำให้เกิดความอยากอาหารมากยิ่งขึ้น

4) เซอโรโทนิน (Serotonin) อาการแสดงคือ นอนไม่หลับ และยิ่งนอนไม่หลับก็ยิ่งจะหาอะไรมากิน
ซึ่งก็ยิ่งทำให้นอนไม่หลับวนเวียนเป็นวงจรไม่มีที่สิ้นสุด ในช่วงกลางวันก็จะมีอาการหงุดหงิด คิดอะไรไม่ออก เครียด
และยิ่งทำให้กินมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนั้น การขาดสมดุลย์ของสารตัวนี้จะทำเกิดการหลั่งของสารคอร์ติโซล
ทำให้เกิดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ และเกิดการการเปลี่ยนแปลงของระบบเผาผลาญในร่างกาย

รับประทานอาหารอย่างไรจึงจะไม่อ้วน

1) กินน้อย ไม่กินมื้อดึก

2) งดกินอาหารพวกแป้ง อาหารหวานจัด เช่น ข้าวขาว เบเกอร์รี่ พิซซ่า เค้ก โดนัท ไอศครีม น้ำอัดลม น้ำผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลสูง

3) กินผักผลไม้ (ที่ไม่มีน้ำตาลสูง) เป็นหลัก ประมาณร้อยละ 70 และร้อยละ 30 เป็นเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
และควรกินปลาเป็นหลัก ตัวอย่างผลไม้ที่มีน้ำตาลต่ำและมีเส้นใยสูงคือ ฝรั่ง แอ๊ปเปิ้ล แคนตาลูป

4) กินธัญพืช ข้าวกล้อง ถั่ว อาหารที่มีเส้นใยสูง เพราะจะย่อยช้าทำให้อิ่มนาน และช่วยกำจัดสิ่งตกค้างออกจากระบบทางเดินอาหาร

5) เลี่ยงอาหารมัน ทอด ปิ้ง ย่าง และการปรุงอาหารด้วยน้ำมันหมู เนย หรือน้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัว

6) เลี่ยงอาหารเค็มจัด อาหารกระป๋อง เพราะมีปริมาณโซเดียมสูงซึ่งทำให้ระบบการย่อยและเผาผลาญช้าลง อีกทั้งยังทำให้เสี่ยงเป็นโรคความดัน หัวใจ และไตวาย

7) นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

8) ไม่เครียด รู้จักผ่อนคลายและปล่อยวาง
4. ลักษณะอาการที่แสดงว่าเรากำลังมีความเครียด มีดังนี้

1) ไม่อยากทำสิ่งใด อยากจะนอนอย่างเดียว เบื่อหน่าย เซ็งชีวิต ไม่อยากพบปะผู้คน เบื่อหน่ายกับการดูแลตนเอง เช่น ไม่แต่งหน้าเสริมสวยอย่างที่เคยทำ เป็นต้น

2) กินมากผิดปกติ หรือกินน้อยผิดปกติ

3) ไม่ยอมรับความเป็นจริงกับสิ่งที่ตนเองกำลังประสบ ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่
5. การกินอาหารที่มีกากใยไฟเบอร์มาก ๆ จะช่วยต้านสารอนุมูลอิสระได้

สารอนุมูลอิสระคืออะตอมที่ไม่เสถียรซึ่งจะโจมตีโมเลกุลข้างเคียงก่อให้เกิดโรคภัยต่าง ๆ ได้ สารอนุมูลอิสระเกิดจาก

1) การกินอาหารในปริมาณมากทำให้ร่างกายเผาผลาญนานผิดปกติ

2) ยิ่งสูงวัยสารอนุมูลอิสระก็มีเพิ่มมากขึ้น ตามไปด้วย

3) ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสร้างสารอนุมูลอิสระขึ้นมาเอง เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย

4) การอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีมลภาวะเป็นพิษควันพิษ ควันบุหรี่ เป็นต้น

การกินอาหารที่มีกากใยไฟเบอร์มาก ๆ นอกจากจะช่วยต้านสารอนุมูลอิสระแล้ว ยังจะช่วยดูดซับไขมันให้ออกไปพร้อมกับการขับถ่ายของร่างกายทำให้ร่างกายดูดซึมไขมันได้น้อยลง จึงมีส่วนช่วยในการลดความอ้วนอีกด้วย
ที่มา: จากรายการ CEO VISION ช่วย New Dimensions

Copyright © ดร.บุญชัย โกศลธนากุล, 2556

คลิกแชร์ส่งข้อมูลให้ลูกค้า

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.